สาหร่ายเกลียวทอง ตัวช่วยสำหรับคนท้องผูก บุญสมสไปรูลิน่า

สาหร่ายสไปรูลิน่า คุณค่าจากธรรมชาติตัวช่วยสำหรับคนท้องผูก

        แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเกิดอาการท้องผูกได้ล่ะ อันนี้หลายคนสงสัยเพราะก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป กินเที่ยวเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ถ้าอย่างนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้ บางคนบอกว่ากินอิ่มนอนหลับปกติ ดื่มน้ำและรับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย แล้วทำไมถึงยังท้องผูก ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันว่า ในทางการแพทย์ได้แบ่งสาเหตุออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน และจะทำให้เรารู้ถึงสาเหตุอาการท้องผูกของเราได้เบื้องต้น เพื่อนำไปปรับพฤติกรรม การดูแล หรือแม้แต่การรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น 

          1.จากโรคทางกาย ได้แก่ กลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ แคลเซียมในเลือดสูง เป็นโรคทางระบบประสาทต่าง ๆ เช่น โรคพาร์กินสัน การได้รับบาดเจ็บหรือมีโรคที่สมองหรือไขสันหลัง เป็นต้น

          2.จากยาที่รับประทานเป็นประจำ ซึ่งยาที่พบว่าทำให้เกิดท้องผูกอยู่บ่อย  ๆ ก็มีเช่น กลุ่มยาทางจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยาที่รักษาอาการซึมเศร้า ยาลดการบีบเกร็งของลำไส้ที่ใช้แก้ปวดท้อง เช่น พวกยาแก้ปวด (Buscopan), ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของ Morphine, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Diclofenac, Piroxicam และ Indometracinม ยาแก้แพ้บางชนิด เช่น Chlorpheniramine (CPM), ยารักษาโรคพาร์กินสัน, ยากันชัก เช่น Dilantin, ยาลดความดันโลหิต ได้แก่ Diltiazem, Verapamil, Clonidine, พวกธาตุเหล็กที่มีอยู่ในยาบำรุงเลือดยาลดกรด และกลุ่มวิตามินเสริมที่มีส่วนผสมของ Calcium หรือ Aluminium         

          3.การอุดกั้นของลำไส้และทางเดินอาหาร ซึ่งอาจจะมาจากสาเหตุของโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งหรือเนื้องอกลำไส้ใหญ่ โรคทวารหนักลำไส้ตีบตันจากความผิดปกติที่ทวารหนักด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ทวารหนักกลืนกัน ทวารหนักปลิ้น หรือในผู้หญิงที่มีทวารหนักเป็นกระเปาะยื่นเข้าช่องคลอด หรือรูทวารหนักตีบตัน หรือเริ่มมีการลดน้อยลงของปมประสาทบริเวณลำไส้ใหญ่มาแต่กำเนิดเป็นต้น

          4.เกิดจากการทำงานของลำไส้หรือกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ อาการแบบนี้ก็เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจาระไม่เป็นนั่นเอง ทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักไม่ประสานกับการเบ่งถ่าย ทำให้อุจาระที่อยู่ในลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวได้ช้ากว่าปกติ และเกิดภาวะลำไส้แปรปรวน

          คือถ้ามีอาการที่รู้สึกว่ารบกวนการใช้ชีวิตมาก ๆ ทุกข์ทรมาน เจ็บปวดในเวลาถ่ายอุจจาระทุกครั้ง ควรรีบปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด เพราะอาจจะนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือเนื้องอกในสำไส้ได้เลยทีเดียว และถ้าจะให้ดี  การป้องกันไม่ให้ระบบขับถ่ายมีปัญหานั้นกว่าการที่ต้องมารักษาอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีป้องกันอันดับต้น ๆ ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีกากใยและคลอโรฟิลล์สูง เช่่น ผัก ผลไม้ หรืออาหารจากแหล่งธรรมชาติ เช่น สาหร่ายเกลียวทองหรือสาหร่ายสไปรูลิน่า ซึ่งนอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารแล้ว การดื่มน้ำก็สำคัญมาก ควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สร้างนิสัยการเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายให้เป็นนิสัยและตรงเวลาในทุกวัน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย โดยเฉพาะใครที่ใช้แบบต่อเนื่องในระยะยาว จนร่างกายติดยาระบาย คือถ้าไม่ใช้ก็ขับถ่ายไม่ได้กันเลยทีเดียว ซึ่งปกติแพทย์จะให้เราหลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย และเพราะหันมาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และเลือกใช้อาหารจากแหล่งธรรมชาติเป็นตัวช่วยที่ดีในการปรับสมดุลระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้เป็นปกติ โดยเฉพาะอาหารที่มีคุณภาพสูงอย่างสาหร่ายเกลียวทอง หรือสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้นได้

          

     อย่าคิดว่าอาการ “ท้องผูก” (Constipation) เป็นเรื่องเล่น ๆ เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ เขาก็เป็นกันได้ เพราะความจริงนั้นอันตรายที่เกิดจากการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดเลยล่ะ ยิ่งถ้าปล่อยให้อาการท้องผูกอยู่กับเรานานจนเรียกว่า “เรื้อรัง” แล้วละก็ แน่นอนว่าสารพัดโรคเข้ามาทักทาย แล้วบางคนอาจจะนึกไม่ออกว่า วันไหนที่เราขับถ่ายไม่โปร่งสบายแบบปกติ แทบจะเรียกบอกว่าเป็นวันที่ทุกข์ทรมานเลยก็ว่าได้ คือมันทั้งอึดอัด แน่นท้อง บางคนถึงขั้นคลื่นไส้และอาเจียน กินอะไรก็ไม่อร่อย พาลหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่คนรอบข้างให้เสียความรู้สึก เสียมิตรภาพกันอีกด้วย คือจะบอกว่ากระทบต่อการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้

         

ทีนี้ถ้าเราปล่อยให้ท้องผูกติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ หรือที่เรียกว่า “เรื้อรัง” แล้วละก็ จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนสุขภาพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเกิดแผลที่ทวารหนักหรือสำไส้โดยตรงจนกระทั่งกลายเป็นริดสีดวง อุจจาระอัดแน่น เวลาขับถ่ายก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว ถ้านิ่งนอนใจปล่อยปละละเลยไม่รีบดูแลรักษาให้ถูกวิธี คราวนี้ล่ะ เกิดปัญหาสุขภาพอย่างอื่นอีกมากมายอย่างแน่นอน เรามาดูกันว่า อาการแบบไหนที่ในทางการแพทย์เขาเรียกว่าเป็นการขับถ่ายเข้าขั้นอาการท้องผูกแล้ว เรามาดูเช็คตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ถ้าเป็น 2 ข้อในจำนวน 6 ข้อนี้ ก็นับว่าเข้าข่ายผู้ที่ีมีอาการท้องผูกแล้วล่ะ 

  •  เวลาที่ถ่ายอุจจาระรู้สึกต้องใช้พลังในการเบ่งมากกว่าปกติ
  •  แม้จะถ่ายอุจาระเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังรู้สึกถ่ายไม่สุด
  •  อุจจาระมีความเป็นก้อนแข็งกว่าปกติ
  •  ถ่ายอุจจาระน้อยกว่าจำนวน 3 ครั้ง/สัปดาห์
  •  รู้สึกถ่ายอุจาระไม่ออกเหมือนมีอะไรมาอุดตันบริเวณทวารหนัก
  •  หลายครั้งที่ต้องใช้นิ้วมือช่วยในการถ่ายอุจจาระ ซึ่งถ้าต้องทำอาการแบบนี้ติดต่อกันมากกว่า 3-6 เดือน นับว่าเป็นผู้ป่วย   ท้องผูกเรื้อรังแล้วนั่นเอง

แล้วทำไมสาหร่ายสไปรูลิน่าจึงทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น เพราะมีคลอโรฟิลล์สูงมากนั่นเอง จึงไปช่วยให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ดีขึ้น และช่วยให้ร่างกายขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ได้ดีขึ้น ความเข้มข้นของปริมาณแร่ธาตุอาหารในสาหร่ายสไปรูลิน่าที่มีมากกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ จึงไปช่วยเติมปริมาณแร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการ จึงทำให้ร่างกายปรับสมดุลระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในได้ดีขึ้น ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะอย่างนี้ใครที่มีอาการท้องผูกทั้งในระยะเริ่มต้นหรือระยะเรื้อรัง หรือลำไส้ไม่ปกติ คือบางทีท้องผูกบางทีท้องเสีย มีอาการริดสีดวง รวมถึงผู้ที่ติดยาระบาย สารอาหารต่าง ๆ ที่เข้มข้นสูงในสาหร่ายสไปรูลิน่าจะช่วยปรับระบบต่าง ๆ ให้เป็นปกติ และเห็นผลได้ชัดตั้งแต่เริ่มรับประทาน แต่ถ้าใครที่ยังรู้สึกว่ายังท้องยังผูกอยู่ ให้สังเกตว่าอาจจะดื่มน้ำระหว่างวันน้อยเกินไป เพราะในสาหร่ายสไปรูลิน่าจะมีความเข้มข้นของสารอาหารเป็นจำนวนมาก ทำให้ความเข้มข้นของสารอาหารในกระแสเลือดค่อนข้างสูงตามไปด้วย ดังนั้นเพื่อสร้างความสมดุลในกระแสเลือด ร่างกายเราจึงไปดูดซับน้ำจากส่วนต่าง ๆ มากขึ้นนั่นเอง

         

คือถ้าใครที่ท้องผูกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ระหว่างการรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่าเพื่อปรับสมดุลการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบขับถ่าย จึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกตินั่นเอง ซึ่งในคนที่ไม่ได้มีอาการท้องผูก ก็ควรดื่มน้ำให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว หรือตามคำแนะนำทั่วไปคือ 8 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 1.5 – 2 ลิตร แต่ในผู้ที่เป็นอาการท้องผูก ควรดื่มน้ำให้มากกว่าคนที่มีระบบขับถ่ายปกติ คือในปริมาณ 3-5 ลิตรต่อวัน โดยในตอนเช้าควรดื่มให้ได้ประมาณ 5 แก้ว หรือประมาณ 1 ลิตร ซึ่งอาจจะไม่ต้องดื่มรวดเดียวก็ได้นะ ค่อย ๆ ดื่มไปเพื่อให้ครบจำนวน ลองสังเกตดูว่า ระบบขับถ่ายในร่างกายจะเริ่มปรับตัวและขับถ่ายได้ปกติขึ้น

สาหร่ายสไปรูลิน่า อาหารจากธรรมชาติคุณภาพสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลจากภายใน ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ อาหารที่ดีที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่คุณไว้วางใจ

You may also like to read

Best-food-for-kids

สารอาหารจำเป็นสำหรับลูกน้อยวัย 1-3 ปี

         ทำไมเด็กในช่วงวัย 1-3 ปี จึงเป็นช่วงวัยสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ นั่นเพราะวัย 1-3 ปี เป็นช่วงเวลาที่สมองกำลังเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นช่วงวัยของการเคลื่อนไหว

Read More »
Improve your sleep

ปรับสมดุลแห่งการนอนด้วย ‘นาฬิกาชีวภาพ’ และ ‘เมลาโทนิน’ สำหรับวัยทำงาน

        ‘วัยทำงาน’ เป็นช่วงวัยที่มีพลังเยอะ ทั้งยังสนุกกับการทำงาน สนุกกับการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และมุ่งมั่นที่จะเติบโตในหน้าที่การงาน วัยทำงานจึงทุ่มเทพลังกายใจให้กับการทำงานอย่างเต็มที่แม้จะอยู่นอกเวลางานแล้วก็ตาม

Read More »
Sleep-late-Wakeup-Early

‘นอนดึก-ตื่นเช้า’ แต่ยังสดชื่นอยู่เสมอ

        หลายคนต้องนอนดึกเพราะความจำเป็นจากหน้าที่การงาน หลายคนนอนดึกเพราะเกิดจากโรคนอนไม่หลับและโรคประจำตัวอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้หลับๆ ตื่นๆ และอีกหลายคนต้องนอนดึกเพราะเกิดจากสิ่งเร้าที่อยู่รอบ ๆ

Read More »
Spirulina-Help-Hangover

ตัวช่วยฟื้นฟูตับและลดอาการแฮงค์ ‘สาหร่ายเกลียวทอง’

     คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะบอกให้นักดื่มหรือคนที่ชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทั้งหลายให้ “เลิกดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะ” เพราะความจริงทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ถ้าลด ละ เลิกได้ก็ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน แต่บรรยากาศของการดื่มสังสรรค์กับเพื่อน

Read More »
Take care Anemia with spirurila

เลือดจาง (Anemia) ดูแลได้ด้วย ‘สาหร่ายเกลียวทอง’

     “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องดูแลเอง” ประโยคนี้ตอบโจทย์ได้ครบครันเรื่องการดูแลสุขภาพ นั่นเพราะ “การมีสุขภาพดี” ไม่มีใครสามารถทำแทนเราได้ ตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลงมือทำ ยกเว้นเด็กๆ

Read More »

Leave a Reply